นโยบายผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ 9 ข้อ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570
1. พิทักษ์ ปกป้อง และเทิดพระเกียรติสถาบันพระมหากษัตริย์ : ภารกิจสูงสุด ถวายความปลอดภัยและรักษาความเรียบร้อยในพระราชกรณียกิจอย่างเต็มกำลัง
2. ปราบปรามอาชญากรรมที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนอย่างเด็ดขาด : เน้นอาชญากรรมทางไซเบอร์และยาเสพติด โดยปฏิบัติภายใต้หลักกฎหมายและสิทธิมนุษยชน
3. เพิ่มศักยภาพการให้บริการ ยกระดับสถานีตำรวจ :ลดงานธุรการที่ไม่จำเป็น ให้หัวหน้าสถานีวางแผนตามพื้นที่ งานสอบสวนรวดเร็ว โปร่งใส บริการสุภาพและเป็นธรรม
4. ขับเคลื่อนงานด้วยหลักตำรวจชุมชน (Community Policing) : ตำรวจและประชาชนเป็นหุ้นส่วนดูแลความปลอดภัย สร้างเครือข่ายกับผู้นำชุมชนและท้องถิ่น ป้องกันก่อนเกิดเหตุ
5. ลดอุบัติเหตุบนท้องถนน : ใช้ข้อมูลจุดเสี่ยงและช่วงเวลาเสี่ยง เน้นเมาแล้วขับ ขับรถเร็ว ไม่สวมหมวกนิรภัย และประสานแก้ไขกายภาพถนน
6. นำเทคโนโลยีและ AI ขับเคลื่อนการทำงาน : ระบบ ONE POLICE การเชื่อมข้อมูลที่ ศปก.ตร. และการวิเคราะห์อาชญากรรมเชิงพื้นที่ โดยดุลพินิจยังเป็นของเจ้าหน้าที่
7. เพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารภายในองค์กร : ประชุมหน่วยในสังกัด สง.ผบ.ตร. เดือนละครั้ง ใช้ ศปก.ตร. เป็นศูนย์กลางข้อมูล และลดการประชุมที่ไม่จำเป็น
8. แก้ไขปรับปรุงกฎหมายและระเบียบ : ผลักดันการแก้ไขกฎหมายและระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการทำงานและการบริการประชาชนตามขั้นตอน
9. ภาวะผู้นำที่เป็นแบบอย่าง : ผู้บังคับบัญชาทุกระดับต้องลงพื้นที่รับรู้ปัญหาจริง ซื่อสัตย์ โปร่งใส และให้ความเป็นธรรม ภายใต้หลัก ภายใต้หลัก FIT (แข็งแรง พร้อมนำ) – FAIR (ยุติธรรม เป็นธรรม) – FUN (บรรยากาศดี มีความสุข) พร้อมวางหลัก “ผู้นำที่ดี” 3 ประการ คือ ให้สวัสดิการ ให้ความรู้ เมื่อผิดต้องกล้าลงโทษ
กำชับ 4 เรื่อง ที่เป็นวาระแห่งชาติตามนโยบายรัฐบาล และกระทบประชาชนโดยตรง โดยให้ทุกหน่วยทุกสายงานร่วมกันปฏิบัติ
ยาเสพติด — ปราบปรามผู้ผลิต ผู้ค้า และเครือข่าย ขยายผลถึงทรัพย์สินที่ได้จากการค้า ไม่หยุดที่ผู้ค้ารายย่อย ส่วนผู้เสพให้ดำเนินการตามนโยบายและกฎหมาย และร่วมกับชุมชนป้องกัน
นอมินี — ตรวจสอบและขยายผลถึงผู้อยู่เบื้องหลังและเส้นทางการเงินที่แท้จริง ไม่จับเพียงผู้ที่ถูกใช้ชื่อ และประสานหน่วยงานกำกับดูแล
สแกมเมอร์ — รับแจ้งความทุกช่องทางและทุกท้องที่โดยไม่ปัดภาระ ระงับความเสียหายให้เร็วที่สุด เช่น การอายัดบัญชี ปราบปรามเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศ และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรู้เท่าทันกลโกง
ทุจริตประพฤติมิชอบ — ยกระดับงานเดิมที่อยู่กับจเรตำรวจ และ กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ขึ้นเป็น ศูนย์ต่อต้านการทุจริต (ศตท.ตร.) ดำเนินการทั้งกับข้าราชการตำรวจและผู้กระทำการทุจริตประพฤติมิชอบ โดยมีจเรตำรวจแห่งชาติเป็นผู้ขับเคลื่อน
นโยบาย ผบ.ตร. ที่มอบให้ข้าราชการตำรวจถือปฏิบัตินั้น คำนึงถึงพี่น้องประชาชนเป็นสำคัญ ในการได้รับประโยชน์สูงสุดจากการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการตำรวจ โดยได้ปรับปรุงและกำชับการปฏิบัติในแต่ละสายงาน และวางแนวทาง “คืนเวลาให้ตำรวจ เพื่อไปดูแลประชาชน” โดยลดภาระงานที่ซ้ำซ้อน เมื่อมีเวลาเพิ่มขึ้น หัวหน้าสถานีต้องวิเคราะห์อาชญากรรมและวางแผนป้องกันปราบปรามให้สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ และใช้เทคโนโลยีสนับสนุนการให้บริการประชาชน โดยให้ขับเคลื่อนระบบ Police Care อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ เพื่อให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นองค์กรที่เป็นที่พึ่งของประชาชนอย่างแท้จริง ตามวิสัยทัศน์ “เป็นองค์กรบังคับใช้กฎหมาย ที่ประชาชนเชื่อมั่นศรัทธา”







