9 กลโกงยอดฮิตที่มักใช้หลอกเงินนักท่องเที่ยว
1. หลอกว่าสถานที่ท่องเที่ยวปิด
พฤติการณ์ : มิจฉาชีพจะดักรออยู่หน้าสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดัง (เช่น วัดพระแก้ว) แล้วหลอกว่าสถานที่ปิดทำความสะอาด หรือมีพิธีสำคัญ จากนั้นจะเสนอพาไปเที่ยวหรือซื้อของที่อื่นแทน
วิธีป้องกัน : ปฏิเสธคนแปลกหน้า และตรวจสอบเวลาเปิด-ปิดจากป้ายหน้าทางเข้าหลัก หรือช่องทางที่เป็นทางการเท่านั้น
2. หลอกขายสูทหรือจิวเวลรี่
พฤติการณ์ : อ้างว่ามีโปรโมชั่นพิเศษจากรัฐบาลที่ลดราคาเฉพาะวันนี้ หรือบอกว่าจะตัดสูทให้เสร็จด่วนก่อนขึ้นเครื่อง โดยจะเร่งรัดให้รูดบัตรหรือจ่ายมัดจำ สุดท้ายมักได้ของไร้คุณภาพ ส่งไม่ทัน หรือโดนบวกราคาแพง
วิธีป้องกัน : เลือกร้านที่มีหน้าร้านและรีวิวชัดเจน ตรวจสอบคุณภาพและราคาก่อนซื้อทุกครั้ง และขอใบเสร็จที่มีเงื่อนไขการคืนเงินเป็นลายลักษณ์อักษร
3. โกงราคาค่าโดยสาร (แท็กซี่ / ตุ๊กตุ๊ก)
พฤติการณ์ : ไม่ยอมกดมิเตอร์ พาขับอ้อม คิดราคาเหมาแพงเกินจริง หรือพยายามพาแวะร้านค้าเพื่อกินค่าคอมมิชชั่น
วิธีป้องกัน : ยืนยันให้คนขับกดมิเตอร์ก่อนเสมอ เลือกขึ้นรถจากจุด Taxi Stand หรือเรียกผ่านแอปพลิเคชัน และควรถ่ายป้ายทะเบียนไว้ทันทีที่ขึ้นรถ
4. เรือนำเที่ยวเอาเปรียบ
พฤติการณ์ : แอบเปลี่ยนเส้นทางเอง หรือพาแวะซื้อของตามจุดต่างๆ โดยไม่แจ้งให้นักท่องเที่ยวทราบล่วงหน้า
วิธีป้องกัน : ต้องตกลงราคาและสถานที่ที่จะแวะให้ชัดเจนก่อนออกเรือ และควรเลือกเรือที่มีป้ายแสดงราคาอย่างชัดเจน
5. หลอกให้ไปทำงาน / เรียกค่าไถ่
พฤติการณ์ : โฆษณาหลอกลวงว่ามีงานรายได้สูงรออยู่ แต่เมื่อเดินทางไปถึงกลับถูกยึดพาสปอร์ต บังคับพาไปประเทศที่สาม บังคับให้ทำงาน หรือลักพาตัวเพื่อเรียกค่าไถ่
วิธีป้องกัน : ตรวจสอบชื่อบริษัทให้ถี่ถ้วน ขอสัญญาจ้างเป็นลายลักษณ์อักษร นัดพบในที่สาธารณะเท่านั้น และต้องแจ้งแผนการเดินทางให้คนใกล้ชิดทราบเสมอ
6. แก๊งให้เช่ารถมอเตอร์ไซค์และเจ็ตสกี
พฤติการณ์ : เมื่อนำรถหรือเจ็ตสกีมาคืน จะถูกยัดข้อหาว่าทำของเสียหายและเรียกเก็บเงินก้อนโต บางรายถูกยึดพาสปอร์ตเพื่อกดดันให้จ่ายเงินทันที
วิธีป้องกัน : ก่อนเช่าให้ถ่ายรูปหรือวิดีโอรอบคันให้ชัดเจนต่อหน้าพนักงาน และเลือกใช้บริการร้านที่มีเงื่อนไขชัดเจน มีรีวิวที่น่าเชื่อถือ
7. หลอกจองทัวร์ โรงแรม และตั๋วออนไลน์ปลอม
พฤติการณ์ : ทำหน้าเว็บไซต์ปลอมให้เหมือนของจริง จัดโปรโมชั่นราคาถูกผิดปกติ เมื่อโอนเงินไปแล้วจะเงียบหาย บล็อคแชท หรือส่งเอกสารการจองปลอมมาให้
วิธีป้องกัน : จองผ่านแพลตฟอร์มที่เชื่อถือได้เท่านั้น สังเกตชื่อโดเมนเว็บไซต์ ระวังโปรโมชั่นที่ถูกเกินจริง และหลีกเลี่ยงการโอนเงินเข้า “บัญชีบุคคลธรรมดา” แบบเร่งด่วน
8. บิลมหาโหดในบาร์หรือคาราโอเกะ
พฤติการณ์ : โฆษณาว่าเครื่องดื่มราคาถูก หรือให้เข้าฟรี แต่ตอนเช็คบิลกลับมีการบวกค่าเครื่องดื่มที่ไม่ได้สั่ง เพิ่มค่าบริการแอบแฝง หรือแอบเติมบิลตอนลูกค้าเผลอ
วิธีป้องกัน : ขอดูเมนูและราคาก่อนนั่ง ถามให้ชัดเจนว่ามีค่าใช้จ่ายแอบแฝง (Service Charge) หรือไม่ เก็บใบเสร็จทุกแก้วไว้กับตัว และอย่าปล่อยให้ใครสั่งเครื่องดื่มนอกเหนือจากที่เราสั่งเอง
9. แอบอ้างเป็นตำรวจรีดไถเงิน
พฤติการณ์ : ทำทีเข้ามาขอตรวจพาสปอร์ต แล้วหาเรื่องจับผิดเล็กๆ น้อยๆ เช่น ทิ้งขยะผิดที่ สูบบุหรี่ผิดที่ หรือไม่พกเอกสาร จากนั้นจะกดดันให้จ่ายค่าปรับเป็นเงินสดทันที
วิธีป้องกัน : ตำรวจจริงต้องแต่งเครื่องแบบ มีบัตรประจำตัว และมีหมายเลขชัดเจน หากถูกกดดันให้จ่ายเงินสด ให้ปฏิเสธและยืนยันที่จะไปจ่ายค่าปรับตามขั้นตอนที่สถานีตำรวจเท่านั้น
หากมีข้อพิพาทหรือต้องการร้องเรียน สามารถติดต่อ ตำรวจท่องเที่ยว (Tourist Police) ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ช่องทางการติดต่อเมื่อเกิดเหตุ / ต้องการความช่วยเหลือ
สายด่วน: โทร 1155 (รองรับหลายภาษา)
แอปพลิเคชัน: Thailand Tourist Police (มีปุ่ม SOS สำหรับแชร์พิกัดให้เจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ)



